Fingers-Cave-pic

ถ้ำฟิงเกิล ถ้ำพิศวงแห่งสกอตแลนด์

ตอนนี้เชื่อว่าคนไทยทุกคนคงกำลังส่งกำลังใจช่วยนักกีฬาทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย การท่องเที่ยวถ้ำนั้นถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่มีความท้าทายและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ถ้ำในบ้านเราเท่านั้น ยังมีถ้ำอีกหลายแห่งทั่วโลกที่รอนักสำรวจให้เข้าไปค้นหาอย่างเช่น ถ้ำฟิงเกิล ณ ประเทศสกอตแลนด์

ถ้ำพิศวงแห่งประเทศสกอตแลนด์

ถ้ำฟิงเกลแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะอินเนอร์ เฮบริดีส หมู่เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศสกอตแลดน์ ซึ่งถ้ำฟิงเกลนั้นตั้งอยู่บนเกาะสตาฟฟา เกาะนี้ค่อนข้างห่างไกลผู้คน กลางทะเลอย่างแท้จริง หากใครคิดจะไปสำรวจอาจจะต้องวางแผนสักหน่อย พร้อมกับติดต่อหน่วยงานที่ชื่อว่า National Trust for Scotland เพื่อเบิกทางเข้าไป

ลักษณะเด่นของถ้ำ ฟิงเกิล

ถ้ำฟิงเกิลนั้นถือว่าเป็นถ้ำที่มีความลึกลับ พิศวงมากแห่งหนึ่งของโลก เริ่มจากทางเข้าถ้ำก็ลึกลับแล้ว เนื่องจากทางเค้าถ้ำแห่งนี้จะเป็นเกาะจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ทำให้เกิดช่องทางเข้าถ้ำแบบมีเสาหินค้ำอยู่ เสาหินนี้เป็นหินบะซอลต์ รูปร่างหกเหลี่ยมตั้งฉากกับพื้นถ้ำและน้ำทะเล(ไม่น่าเชื่อว่าน้ำทะเลจะเซาะเสาหินจนเรียบร้อยเป็นรูปทรงได้เป๊ะขนาดนั้น) ส่วนด้านบนเป็นเส้นโค้งจากการกันกร่อนของธรรมชาติเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นทางเข้าถ้ำยังมีเสียงคลื่นซัดกระทบกับเสาหิน และโขดหินเกิดเป็นเสียงเพลงคล้ายกับดนตรีต้อนรับผู้มาเยือนอีกด้วย นับว่าเป็นถ้ำที่มีความสวยงามจากฝีมือธรรมชาติอย่างแท้จริง

Fingers-Cave-photo

ความเชื่อเรื่องของมนุษย์

แม้ว่าถ้ำฟิงเกิลจะอยู่ห่างไกลผู้คนอย่างมาก แถมอยู่กลางทะเลแบบที่ไม่มีใครอยู่ใกล้เลย ซึ่งดูจากสภาพแวดล้อมแล้วไม่น่าจะมีใครอาศัยอยู่ได้ แต่กลับมีความเชื่อกันว่าเกาะฟิงเกิลแห่งนี้ เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยแต่มนุษย์ไม่น่าจะอาศัยอยู่ได้นานนัก เนื่องจากเกาะอยู่ห่างไกล ไม่มีพื้นที่สำหรับเกษตรกรรม ลมแรงพัดเข้าสู่เกาะตลอดทำให้การดำรงชีวิตยากมาก เลยเชื่อกันว่าเพื่อความอยู่รอดชาวเกาะแห่งนี้ได้อพยพไปขึ้นฝั่งสกอตแลนด์เมื่อปี 1930

ถ้ำแห่งมรดกโลก

ปัจจุบันถ้ำฟิงเกิลแห่งนี้ได้ถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดโลกโดยองค์การยูเนสโกแล้วตั้งแต่ปี 1986 แม้ว่าถ้ำฟิงเกลจะไม่มีใครอยู่แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังทำหน้าที่ตามธรรมชาติในการอนุรักษ์อยู่นั่นคือ การเป็นแหล่งพักพิงให้กับบรรดานกทั้งหลายให้หลบภัยจากสัตว์ร้ายตามธรรมชาติ ใครชื่นชอบการสำรวจถ้ำและการผจญภัย แนะนำว่าควรไปสำรวจถ้ำฟิงเกิลกับเสาหินบะซอลต์รูปทรงหกเหลี่ยมสักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Posted by / October 19, 2018 / Posted in Travel
Fairy-Pools

Fairy Pools ท้องน้ำแห่งสวงสวรรค์

ประเทศสกอตแลนด์ไม่ได้มีแต่ปี่สกอตแลนด์เท่านั้นที่ขึ้นชื่อ สถานที่ท่องเที่ยวของพวกเค้าก็จัดว่าสวยงามระดับสวรรค์บนดินเช่นกัน บางแห่งก็น่าพิศวงจนไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นสถานที่ท่องเที่ยวของเราวันนี้สวยงามจนเรานิยามได้ว่ามันคือท้องน้ำแห่งสวงสวรรค์เลยนั่นคือ Fairy Pools

 

Fairy Pools อยู่ที่ไหน

Fairy Pools นั้นหมายถึงท้องน้ำ หรือสระว่ายน้ำธรรมชาติขนาดไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ในหุบเขาอันสวยงามที่ชื่อว่า หุบเขาเกลน บริทเทิล หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะสกาย เกาะแห่งสำคัญของเขตหมู่เกาะอินเนอร์ เฮบรีดิส หมู่เกาะชื่อดังทางตะวันตกของประเทศสกอตแลนด์

จุดเด่นของ Fairy Pools

Fairy Pools หรือ แปลเป็นไทยว่า ท้องน้ำแห่งสวงสวรรค์แห่งนี้ จัดว่ามีความงามระดับสิบเต็มสิบจากทุกสำนักเลย จุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติแบบธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ ลองนึกภาพว่าเรากำลังเล่นน้ำอยู่ท่ามกลางป่าไม้ หุบเขา น้ำใสไหลเย็นมองเห็นก้นบึ้งของบ่อแบบไม่มีอะไรขวางกั้นเลย น้ำที่เราสัมผัสนั้นก็เป็นน้ำบริสุทธิจากธรรมชาติแบบไร้การปรุงแต่งสารเคมีใด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว

Fairy-Pools-pic

การเดินทางอย่างระมัดระวัง

หากเราต้องการจะไปสัมผัสท้องน้ำแห่งสวงสรรค์แห่งนี้ อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังสักหน่อย เนื่องจากเป็นหิน ดิน โคลน ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหน้าฝนการเดินทางด้วยเท้าเข้าไปอาจจะต้องใส่รองเท้าที่คล่องตัว และทะมัดทะแมงเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง แต่เส้นทางไม่ได้ยากและโหดร้ายขนาดนั้น สามารถเดินไปได้แบบสบายๆ

การลงเล่นน้ำต้องมีกฎระเบียบ

อีกอย่างหนึ่งการไปเที่ยวแห่งนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ได้ลงเล่นน้ำ ปรากฏว่าผิดถนัดเลย เนื่องจากทางสกอตแลนด์ได้เปิดโอกาสให้เราเข้าไปเล่นน้ำในสถานที่นี้ได้เลย แต่มีข้อแม้สำคัญอยู่นั่นคือ หากเราต้องการจะเล่นน้ำ ต้องมีการล้างตัวเพื่อทำการชะล้างสารเคมีไปเสียก่อน เค้าต้องออกกฏแบบนี้มาเพื่อทำให้สารเคมีหลงเหลือเข้าสู่ธรรมชาติให้น้อยที่สุดนั่นเอง แต่การออกกฏนี้มาเค้าก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น เนื่องจากว่าเค้ามีบริการห้องน้ำเอาไว้ในบริเวณเล่นน้ำแล้ว(ใครปวดท้องก็อย่าไปปล่อยในน้ำล่ะ) ดังนั้นเราสามารถไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างตัว เพื่อลงเล่นน้ำได้เลย

กิจกรรมอื่นในการท่องเที่ยว

หลังจากขึ้นจากน้ำแล้ว ที่นี่ก็มีการท่องเที่ยวรูปแบบอื่น กิจกรรมอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ เดินสำรวจธรรมชาติ การตั้งเต็นท์นอน และอีกมากมาย เอาเป็นว่าใครเป็นนักท่องเที่ยวเชิงสำรวจธรรมชาติล่ะก็ การได้ไปแช่น้ำ ณ Fairy Pools แห่งนี้นับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องไป ใครยังไม่เคยไปต้องรีบเลย

endlessly

ดอยค้ำฟ้าเชียงใหม่

ดอยค้ำฟ้า ณ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งดอยซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่นัก สำหรับท่านที่มีเวลาไปท่องเที่ยวตามเทศกาลต่างๆ แต่ไม่อยากเบียดเสียดกับบรรดานักเดินทางคนอื่นๆ ตามดอยอันมีชื่อเสียงโด่งดังในเชียงใหม่ เราขอแนะนำให้ท่านมาดอยค้ำ เพราะนอกจากจะมีทะเลหมอกกับสามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกอันงดงามได้แล้ว ก็ยังมีจุดสำคัญอีกอย่างคือ มีจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งด้วย เรียกได้ว่ามาแค่ดอยเดียวแต่ครบทุกความต้องการ แถมคนน้อยไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง

ดอยค้ำฟ้า ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว แต่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแต่จะอยู่เฉียดๆ ไปทางอำเภอเวียงแหง คือ ไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลัก แถมยังไม่มีป้ายบอกว่าตรงนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกต่างหาก ไม่ได้มีการโปรโมทอะไรเยอะแยะ คนจึงรู้จักน้อย เนื่องจากตรงนี้เป็นพื้นที่อันอยู่ในความดูแลของหน่วยจัดการต้นแม่งายโดยถ้าหากพูดถึงหน่วยจัดการต้นน้ำส่วนมากจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์คือไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็น้อย เหมือนกับอุทยานแห่งชาติอย่างไงอย่างงั้น การเดินทางไปดอยค้ำฟ้า ให้ใช้เส้นทางหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง จะผ่านอำเภอเชียงดาว พอไปถึงแยกเพื่อจะไปเวียงแหง ให้เลี้ยวซ้ายไปยังเวียงแหงและขับตรงไปประมาณ 26 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงทางผ่านต้องพบกับเส้นทางอันแสนคดเคี้ยวและชันเล็กน้อย แต่พื้นถนนถนนก็เป็นถนนราดยางไปจนถึงปากทางเข้าดอยค้ำฟ้าเลยทีเดียว รถทุกชนิดสามารถไปได้หมด

endlessly-

การมานอนบนดอยค้ำฟ้า เป็นการผจญภัยอย่างแท้จริง เพราะบนนี้ไม่มีร้านอาหารต้องเตรียมขึ้นมาเองแน่นอนว่าน้ำดื่มด้วย ไฟฟ้าใช้ได้ตั้งแต่ 6 โมง – 3 ทุ่มเท่านั้น สัญญาณโทรศัพท์มีขาดๆ หายๆ จำกัดขึ้นมาพักวันล่ะ 50 คนเท่านั้น เพราะบนนี้ไม่มีน้ำใช้ น้ำของที่นี่ก็ต้องขนมาจากข้างล่างทุกวัน ถ้ามากันเยอะก็จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ ไม่มีน้ำอุ่น เหมาะสำหรับคนที่คิดว่าชีวิตสุขสบาย อยากลองมาลำบากดูสักครั้ง

ตอนเย็นคุณก็ดูพระอาทิตย์ ตอนกลางคืนก็สามารถเดินมาดูดาว ณ ลานกางเต้นท์ได้ ดวงดาวระยิบระยับเต็มฟ้ารายล้อมตัวเราไว้ สมชื่อดอยค้ำฟ้าจริงๆ แถมยามเช้าก็ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกด้วย ได้อารมณ์แบบ 3 in 1 สุดๆ เพียงแต่จะไม่ได้เห็นวิวทิวเขาแบบ 360 องศาเหมือนสวนหินเท่านั้นเอง คุณสามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้ โดยเพียงเดินทางออกมาจากที่พัก ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ดอกนางพญาเสือโคร่งแถบนี้อยู่กันแบบแน่นขนัด เป็นทัศนียภาพราวกับกำลังอยู่บนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว

Mae-Moei-National-Park

อุทยานแห่งชาติแม่เมย

อุทยานแห่งชาติแม่เมย อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ ตั้งอยู่ ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก บริเวณนี้มีแม่น้ำเมยคอยกั้นแบ่งพรมแดนระหว่างไทยและพม่า โดยก่อตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกา ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 มีเนื้อที่ทั้งหมด 185.28 ตารางกิโลเมตร หากพูดถึงลักษณะภูมิประเทศ ส่วนมากเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีบริเวณราบน้อยมาก ความสูงเฉลี่ยคือ 680 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่แถบนี้ถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้อันค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แต่ไม้ตนใหญ่ๆ มีน้อยนอกจากนี้ยังเป็นต้นน้ำของน้ำสายสำคัญอย่าง ลำน้ำแม่อุสุ , ลำน้ำแม่สลิดหลวง , แม่น้ำเมย

หากกล่าวถึงจังหวัดซึ่งอยู่สุดเขตดินแดนตะวันตกทางภาคเหนือของประเทศไทย ใครก็ต่างรู้ดีว่าเป็นที่ตั้งของจังหวัดตาก ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดซึ่งมีความน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำ ความหลากหลายของภูมิประเทศ แถมยังเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับพม่าเพียงแค่แม่น้ำกั้นเท่านั้น

Mae-Moei-National-Park-

อุทยานแห่งชาติแม่เมย มีชื่อเสียงในเรื่องของความงดงามของทะเลหมอก เพียงแค่พื้นที่ภายในเขตอุทยานก็มีจุดชมทะเลหมอกให้เลือกชม 4 จุดใหญ่ๆ ด้วยกันถ้าคุณคิดว่าทะเลหมอกที่ไหนๆ ก็เหมือนกันหมดต้องเรียกว่าไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะความสวยงามของทะเลหมอกนั้นมันต้องมาพร้อมกับปัจจัยอื่น รวมกันแน่นอนว่าจุดชมทะเลหมอกแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน จุดแรกที่คุณห้ามพลาดถ้ามา อุทยานแห่งชาติแม่เมย ก็คือ ม่อนปุยหมอก สถานสำคัญประจำอุทยานฯ ซึ่งตลอดเส้นทางที่เราเดินขึ้นไปนั้นจะได้รับชมความสวยงามของธรรมชาติและได้สัมผัสกับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด การได้รับชมความอลังการของทะเลหมอกอันหนาแน่นสลับกับทิวเขาซ้อนกันไกลสุดลูกหูลูกตานับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ในชีวิตจริงนอกจากนี้ภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมยยังมีอีก 3 จุดเพื่อการรับชมทะเลหมอกแบบสบายๆ อีกด้วย

ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร คุณจะได้พบกับ ม่อนกิ่วลม ซึ่งได้ชื่อว่ามีวิวพระอาทิตย์ขึ้นอันสุดตระการตามากที่สุด วิวทะเลหมอกแห่งนี้ดูราวกับเป็นทะเลสีขาวจากสรวงสวรรค์ จึงไม่น่าแปลกถ้าใครจะมีความประทับใจม่อนกิ่วลมแบบไม่รู้คลาย นอกจากจะชมทะเลหมอกสวยๆ ยามเช้าแล้ว ทั้ง 2 ม่อนนี้ก็ยังชมวิวยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ได้อีกด้วย เนื่องจากทิศนี้เป็นทิศตะวันตกพอดี ถ้าคุณอยากรับชมภาพพระอาทิตย์ตกอันสุดแสนโรแมนติก รับรองว่า 2 ม่อนนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

Posted by / December 20, 2017 / Posted in Travel
Tristan-da-Cunha

เกาะที่ห่างไกลแผ่นดินที่สุดในโลก Tristan da Cunha

เชื่อว่าหลายคนในโลกใบนี้คงเคยมีความคิดอยากจะหนีหายไปจากสังคมของตัวเอง โลกของตัวเอง ประมาณว่าอยากจะหนีไปจากผู้คน อยากจะหนีไปอยู่ที่เงียบๆ สันโดษ ไม่ต้องพบหน้าใครกันบ้างแหละ ว่าแต่ว่าถ้าหากเรามีความคิดแบบนี้จริงๆ เราจะไปที่ไหนดี วันนี้เรามีสถานที่มาแนะนำกัน รับรองว่าไกลผู้ไกลคนแน่นอน

เกาะที่ห่างจากแผ่นดินมากที่สุด

เกาะที่ว่าเราจะพาไปรู้จักกันนี้มีชื่อว่า Tristan da Cunha อ่านว่า ตริสตัน ดา กูนยา เกาะนี้ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเป็นเกาะที่ห่างไกลจากแผ่นดินมากที่สุด ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติคตอนใต้ ห่างจากทวีปแอฟริกาอยู่ถึง 2,816 กิโลเมตร อีกด้านหนึ่งห่างจากทวีปอเมริกาใต้ถึง 3,360 กิโลเมตร เรียกได้ว่าตั้งอยู่ตรงกลางแบบไม่เจอใครเลยทีเดียว

Tristan-da-Cunhas

ประวัติความเป็นมาของเกาะ

เรามาย้อนรอยเพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อย เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1506 โดยนักเดินเรือชาวโปรตุเกสชื่อว่า Tristao Cunha อ่านว่า ตริสเตา กูนยา (ต่อมานำชื่อนักเดินเรือคนนี้มาตั้งเป็นชื่อเกาะ) แม้ว่าจะถูกค้นพบแต่ก็ไม่สามารถขึ้นเกาะได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่อำนวย จนกระทั่งปี 1767 ชาวฝรั่งเศสสามารถขึ้นเกาะแห่งนี้ได้จากเรือใบใช้จักร เมื่อขึ้นไปสำรวจแล้วพบว่าเกาะแห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย แต่มีแหล่งน้ำจืด ต่อมาทางอังกฤษต้องการครอบครองเกาะนี้เลยส่งกำลังทหารมาประจำการตั้งแต่ปี 1816 เกาะจึงถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

Tristan-da-Cunha-

วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะ

สงสัยกันไหมว่าเกาะ Tristan da Cunha ที่ห่างไกลแผ่นดินและผู้คนแบบนี้ คนเค้าอยู่กันยังไง ที่นี่เค้าอยู่กันแบบเงียบสงบมาก มีประชากรไม่เกิน 300 คนทั่วทั้งเกาะ ทุกคนได้รับแบ่งสรรปันส่วนที่ดิน และสัตว์เลี้ยงเท่าๆ กันทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สินค้าส่งออกของที่นี่คือ กุ้งมังกร และแสตมป์ของที่นี่ที่หายากมากๆ แห่งหนึ่งของโลก

Tristan-da-Cunha_

จุดเด่นของเกาะแห่งนี้

เกาะที่ห่างไกลผู้คนและแผ่นดินแบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่ากลับเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติที่มีอยู่อย่างล้นเหลือจนเราไม่อยากเชื่อว่าจะมีสถานทีแห่งนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่นี่เป็นแลนด์มาร์คที่เหล่านักผจญภัยอยากจะไปพิชิตสักครั้ง(โดยเฉพาะยอดภูเขาไฟ) หรือใครที่อยากจะมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้เลยสักระยะเวลาหนึ่ง นั่นทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ แม้ว่าการมา และการกลับแต่ละครั้งจะยากลำบากก็ตามที

สำหรับใครที่อยากจะหลีกหนีผู้คนไปสุดขอบโลก แบบไม่มีใครตามได้เจอ เราขอแนะนำเกาะ Tristan da Cunha นี้ รับรองว่าเราจะตัดขาดจากโลกภายนอกไปได้แบบสิ้นเชิงเลยทีเดียว

Posted by / November 18, 2017 / Posted in Travel
Sawanbondin-

สวรรค์บนดิน โฮมสเตย์ สวรรค์บนดินจริงๆ

การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เริ่มเป็นนิยมมากขึ้นในหมู่หนุ่มสาววัยทำงานในเมืองหลวง ส่วนหนึ่งอาจจะต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากการทำงาน การใช้ชีวิตและมลพิษที่รายล้อมอยู่รอบตัวพวกเค้าอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้เราได้เห็นการเปิดตัวของโฮมสเตย์แบบใกล้ชิดธรรมชาติอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคือ สวรรค์บนดิน ฟาร์มและโฮมสเตย์

Sawanbondin-a

สวรรค์บนดิน ฟาร์มและโฮมสเตย์อยู่ที่ไหน

โฮมสเตย์ที่เปรียบได้กับสวรรค์บนดินแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย การเดินทางสะดวก หาง่าย สามารถเดินทางมาได้ตาม จีพีเอส ของเว็บนำเที่ยว หรือ กูเกิ้ล ก็ได้ รับรองไม่หลงทางให้ปวดหัว

Sawanbondin-s

 

จากความจำเป็น สู่ความยั่งยืน

ที่มาของสวรรค์บนดิน นับว่าน่าสนใจ จุดเริ่มต้นของพวกเค้าเริ่มจากการที่คุณพ่อของครอบครัวเกิดล้มป่วยไม่สบาย ร่างกายชาและขยับตัวไม่ได้ เนื่องจากเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในสมอง ทุกคนในครอบครัวพยายามช่วยกันเต็มที่แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ครอบครัวตัดสินใจ ทิ้งวิถีชีวิตคนเมืองหลวงไว้เบื้องหลัง แล้วเดินทางไปตั้งต้นกันใหม่ที่จังหวัดเชียงราย ด้วยวิถีเกษตรพอเพียง จากนั้นลูกชายได้มีการนำพืชผักสมุนไพรมาดัดแปลงเป็นเครื่องดื่ม อย่างชา กาแฟ เพื่อสร้างมูลค่า และรายได้มาดูแลครอบครัว แล้วแตกแขนงออกมาเป็นโฮมสเตย์ด้วยจนถึงปัจจุบัน

Sawanbondin

จุดเด่นของ สวรรค์บนดิน โฮมสเตย์

ห้องพักของ สวรรค์บนดิน โฮมสเตย์นั้นมีทั้งหมด 3 ห้องเท่านั้น แบ่งเป็นห้องราคาคืนละ 500 บาท 2 ห้อง และ ห้องพักราคาคืนละ 600 บาทจำนวน 1 ห้อง(แตกต่างกันตรงที่มีโทรทัศน์) จุดเด่นของที่นี่อย่างแรกเลยความเป็นธรรมชาติ ที่เราจะเข้าถึงธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ที่นี่อยู่ใกล้กับแม่น้ำธรรมชาติทำให้เราซึมซับบรรยากาศได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สองการตกแต่งห้องพัก เป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างความเป็นธรรมชาติและความเป็นเมือง การตกแต่งห้องด้วยปูนเปลือย และเครื่องปั้นดินเผาที่เจ้าของทำเอง ทำให้รู้สึกได้ถึงความใส่ใจของเจ้าของ ห้องพักของที่นี่มีแอร์ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อไม่ให้การมาพักที่โฮมสเตย์แตกต่างจากวิถีชีวิตเดิมมากไป

Sawanbondin_

สามแนวคิดของเจ้าของโฮมสเตย์อย่าง โต ชูเกียรติ เวสารัชชพงศ์ ที่มีแนวคิดในการอยู่แบบพอเพียง ท่ามกลางกระแสโลกที่รวดเร็วและทุนนิยมแบบนี้ นั่นทำให้หลายคนเข้าไปเยี่ยมเยียนเค้าด้วยความสนใจในแนวคิดตรงนี้อีกทางหนึ่ง

สี่ชา กาแฟ ไม่หลากหลายแต่มีคุณค่า นอกจากที่พักแบบโฮมเสตย์แล้ว ที่นี่ยังปรับเป็นร้านชา กาแฟ และของที่ระลึกด้วย จุดเด่นของชา กาแฟที่นี่คือ วัตถุดิบที่ใช้นำมาจากการปลูกเอง ปลอดสารพิษ ส่วนเมนูแม้จะไม่หลากหลายเหมือนร้านกาแฟเฟรนไชส์ทั่วไป แต่เป็นเมนูที่ทางร้านได้คิด สร้างสรรค์ ทดลองเอง จนกลายเป็นเมนูพิเศษของร้าน ที่รสชาติไม่เหมือนใคร เห็นข้อดีอย่างนี้แล้ว หากใครผ่านไปเชียงรายอย่าลืมไป Sawanbondin Farm&homestay รับรองว่าจะได้เห็นสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง

Posted by / October 18, 2017 / Posted in Travel
santhiya-koh-yao-pic

ขึ้นสวรรค์บนเกาะยาวกับ Paradise Koh Yao

สิ่งหนึ่งที่คนไทยหลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับเมืองไทยก็คือ บ้านเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่เราอาจจะไม่เคยสัมผัส ยังไม่นับห้องพัก โรงแรมระดับต่างๆ ที่ออกแบบห้องพักออกมาให้เราได้รู้สึกว่าช่วงเวลาสั้นๆ ของการไปพักผ่อนนั้น ได้รับการพักผ่อนจริงๆ เหมือนกับที่เราจะพาไปพักผ่อนในวันนี้

Paradise-Koh-Yao_

ขึ้นสวรรค์บนเกาะยาวกับ Paradise Koh Yao

สถานที่แนะนำของเราในวันนี้ลงใต้ไปที่ เกาะยาวน้อย เกาะที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสของคนที่อยากไปเที่ยวทะเลสักเท่าไร แต่บอกได้เลยว่าหากได้ไปแล้ว จะเหมือนได้ขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียว ยิ่งได้พักกับ Paradise Koh Yao ด้วยนะ จะทำให้การพักผ่อนของเราเหมือนขึ้นสวรรค์ไปเลย

Paradise-Koh-Yao-s

ห้องพักของ Paradise Koh Yao

เราไปเริ่มต้นกันที่ ห้องพักของ Paradise Koh Yao ก่อน ห้องพักของที่จะมีการแบ่งออกเป็น 5 แบบรวมทั้งหมด 71 ห้องด้วยกัน เราขอไปที่ห้องพื้นฐานอย่างเดียวนะ พอเข้าไปถึงจะเจอการตกแต่งที่เน้นงานไม้เป็นหลัก ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา กับมุ้งกันยุ้ง ปลายเตียงจะหันออกไปทางทะเล เวลานอนแล้วมองทะเลปล่อยใจเพลินได้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา หรือจะเป็นตอนเช้าที่ตื่นมาจะเห็นหมอกสีขาวไล่ระดับมาตามภูเขาอีกด้านหนึ่งแสงทองของพระอาทิตย์ขึ้นโผล่ออกมาจากท้องฟ้า สุขกว่านี้ก็ไม่มีแล้ว

Paradise-Koh-Yao-

กิจกรรมความสุขที่หลากหลาย

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของทาง Paradise Koh Yao เป็นกิจกรรมต่างๆ ที่เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว มีทั้งออกไปผจญภัยข้างนอกไม่ว่าจะเป็นไปดูเกาะแก่งต่างๆ เล่นน้ำ ดูปะการัง หรือใครไม่อยากออกไปไหน เค้าก็มีบริการต่างๆ ไว้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นสปา(อันนี้เด็ดมากห้ามพลาด) เล่นโยคะริมหาด ขี่จักรยาน เพนท์ผ้าบาติค ปีนหน้าผาจำลอง ขับรถ ATV ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ เราจะได้ทำร่วมกับชาวบ้านผู้มีความชำนาญและเข้าถึงวิถีชีวิตของคนที่นั่นจริงๆ อีกทางหนึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและชุมชนอีกด้วย อันนี้ยกนิ้วให้เลย

Paradise-Koh-Yaos

อาหารการกิน ถูกปาก ถูกใจ

ไปท่องเที่ยวต่างถิ่นอย่างนี้ สิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวลเป็นเรื่องของรสชาติอาหารที่อาจจะไม่อร่อยถูกปากเราเท่าไรนัก แต่ Paradise Koh Yao ไม่เป็นอย่างนั้นแหะ อาหารถือว่าถูกปากดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารต่างชาติ อ้อที่นี่จะมีบาร์ให้ดื่มเครื่องดื่มเคล้าเสียงเพลงด้วยนะ ฟังเพลงเบาๆ กับมองทะเลไปด้วย เป็นอะไรที่เพลิดเพลินจริงๆ

สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวทะเล ที่เงียบสงบ คนไม่พลุกพล่านแต่ธรรมชาติเต็มสิบ เราขอแนะนำที่นี่เลย แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องการเดินทางไปถึงที่พักสักหน่อย แต่รับรองได้เลยว่า คุ้มค่าการเดินทางแน่นอน

Posted by / October 18, 2017 / Posted in Travel
heaven-seven

สวรรค์ชั้น 7 อยู่ไม่ไกล แค่กระบี่

การสร้างแลนด์มาร์คใหม่ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ถือว่าเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนน้ำ จุดชมวิว หรืออีกมากมาย จังหวัดกระบี่ถือว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายตามธรรมชาติ แต่เราจะพาไปรู้จักแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไปแล้วจะเหมือนได้ขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียว

heaven7

สวรรค์ชั้น 7 อยู่ไม่ไกลแค่กระบี่

แลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดกระบี่ มีชื่อว่า สวรรค์ชั้น 7 ตั้งอยู่ที่ซอยกระบี่ 11 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ การเดินทางตั้งต้นจากสี่แยกคลองจิหลาด เดินทางไปทางอ่าวนาง จากนั้นพอถึงสามแยกปั้ม ปตท. เลี้ยวซ้าย แล้วเดินทางต่อไปทางท่าเรืออ่าวน้ำเมา เจอวงเวียนเลี้ยวขวาอีกที ไปต่ออีก 300 เมตรจะเจอป้ายบอกทางขึ้นสวรรค์ชั้น 7 Heaven Krabi ก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย

heaven7-

 

ราคาเข้าชม สวรรค์ชั้น 7

แลนด์มาร์คแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเอกชนแห่งใหม่ เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เปิดบริการเวลา 11.00 – 21.00 น. แต่ถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์จะเปิดตั้งแต่ 09.00 – 21.00 น. ค่าเข้าชมแม้ว่าจะเป็นเอกชนแต่บอกเลยว่าไม่แพง ผู้ใหญ่ราคา 50 บาท และเด็ก ราคา 30 บาท (ราคานี้ไม่รวมค่าเครื่องเล่น และค่าเล่นสวนน้ำ) หากใครต้องการเล่นเครื่องเล่นก็เสียเพิ่มของเด็กรอบละ 20 บาท เด็กโต 40 บาทมีอยู่ 3 อย่างให้เล่น ส่วนค่าสวนน้ำ 120 บาทเล่นได้ตลอดทั้งวันยาวตั้งแต่เช้าจนค่ำเลย ราคานี้บอกเลยว่าถูกมากๆ

heaven7_

จุดเด่นของสวรรค์ชั้น 7

จุดเด่นของที่นี้ก็สมชื่อแลนด์มาร์คเลย นั่นคือจะเป็นสถานที่ให้เข้าไปเดินเล่น ชิวๆ ถ่ายรูปสวยๆ จะเซลฟี่ รูปเดี่ยว รูปคู่ รูปหมู่ ก็ได้หมด เค้าได้ทำจุดถ่ายรูปเก๋ไว้ทั่วบริเวณเลย แนะนำว่าหากอยากไปเดินเล่นควรไปตอนแดดร่มลมตกจะดีกว่า จะได้ภาพสวยไม่ร้อนด้วย อีกอย่างทางเดินเยี่ยมชมเป็นเนินขึ้นเขาเพราะงั้นไปตอนกลางวันอาจจะมีวูบได้ อันนี้ต้องระวังด้วย ตอนเย็นบางวันมีวงดนตรีมาเล่นให้ฟังเพลินด้วยนะ

สรุป ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเดินเล่นเพลินยามเย็น ดูพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างมาก จะมาเดี่ยว มากับเพื่อน มากับคนรัก หรือ มากับครอบครัวก็ได้หมด ใครที่ชอบถ่ายรูปรับรองว่าไม่ผิดหวัง ส่วนหนึ่งก็อยากจะเชียร์และส่งเสริมให้ไปเที่ยวกัน ผู้ประกอบการจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ดีขึ้นไปอีก ราคาไม่แพงแต่ได้ขนาดนี้ทั้งในส่วนของทั่วไป ของเล่นเด็กเล็ก เด็กโตและสวนน้ำ ก็ถือว่าคุ้มค่าราคาอยู่ ลองไปเยี่ยมชม สวรรค์ชั้น 7 ที่กระบี่ดูกันเถอะ

Posted by / October 18, 2017 / Posted in Travel
Cotswolds-tower

Cotswolds หมู่บ้านหินมรดกโลก

การท่องเที่ยวต่างประเทศถือว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายของใครๆ หลายคน วันนี้เราเลยขอหยิบสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศอังกฤษมาแนะนำกันสักหน่อย ที่นี่เป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์เข้าขั้นมรดกโลกที่ทางการต้องการเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ชมกันเลยเชียวนะ ได้แก่ Cotswolds

Cotswolds-store

Cotswolds คืออะไร

หากพูดถึงประเทศอังกฤษคนทั่วไปมักจะนึกถึงลอนดอนมากกว่า ยิ่ง Cotswolds นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เราขออธิบายสั้นว่า Cotswolds คือดินแดนหนึ่งในตอนกลางของประเทศอังกฤษ เป็นดินแดนที่แช่แข็งความเจริญไว้ให้เหมือนกับในอดีต บ้านสร้างจากหินและวัสดุธรรมชาติเป็นต้น ผนวกกับธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์แบบ แค่นี้ก็ทำให้หลายคนว้าวได้แล้ว

Cotswolds อยู่ที่ไหน

Cotswolds เป็นพื้นที่ที่อยู่ตอนกลางของประเทศอังกฤษ อยู่ตรงกลางระหว่าง 3 เมือง ได้แก่เมืองเบอร์มิงแฮม เมืองบริสตอล และ เมืองออกซ์ฟอร์ด หากใครต้องการเดินทางไปหากขับรถไปเอง ก็ไปเริ่มต้นกันที่สามเมืองใกล้เคียงก็ได้ ขับรถได้สบายๆ รถน้อยกว่ากรุงเทพบ้านเราเยอะ ส่วนใครจะไปเองก็เริ่มต้นที่เมือง Moreton in Marsh นั่งรถไฟที่สถานี London Paddington แล้วก็ไปต่อรถบัสเพื่อเข้าหมู่บ้านต่างๆ (แต่เราแนะนำว่าเช่ารถขับเองดีกว่า)

Cotswolds-city

จุดเด่นของ Cotswolds

Cotswolds เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ทางรัฐบาลอังกฤษอนุรักษ์ไว้ จุดเด่นของ Cotswolds อย่างแรกคือสถาปัตยกรรมยุคเก่าที่หาไม่ได้แล้วในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โบสถ์ ร้านค้าที่สร้างจากหินธรรมชาติแถวนั้น สองธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากๆ ต้นไม้หลากสี หลากพันธุ์ที่ใครไปแล้วจะต้องหลงมนต์เสน่ห์เหมือนกับเข้าไปในโลกของนิทาน นิยายหรือจินตนาการได้เลย ยิ่งไปเจอทุ่งลาเวนเดอร์ในช่วงซัมเมอร์แล้วนะ ตะลึงตาค้างแน่นอน

Cotswolds-image

หมู่บ้านแนะนำของการไป Cotswolds

อย่างที่บอกไป Cotswolds เป็นพื้นที่ที่มีหมู่บ้านเยอะมาก น่าไปน่าเที่ยวทุกหมู่บ้าน แต่การจะไปเที่ยวทุกหมู่บ้านแบบทุกซอกทุกมุมอาจจะต้องใช้เวลานาน หากจะไปจริงทริป 2 วัน 1 คืนก็น่าจะเหมาะและพอดี แต่หมู่บ้านไหนล่ะที่ไม่ควรพลาด ที่แรกเป็น Bourton on the water หมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก สวยงามบรรยากาศดี มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรมเยอะ เหมาะสำหรับเป็นจุดพักในการท่องเที่ยวทีเดียว มี The Motor museum 1 ให้เข้าไปเยี่ยมชมกันด้วย
Cotswolds จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แนว Slow life เดินเที่ยวกันได้ ชิวๆ เพลินๆ แต่เราขอความร่วมมือนิดหนึ่ง หากไปแล้วขณะที่เดินชมอย่าไปส่งเสียงดังเข้าล่ะ บ้านที่เราเดินผ่านไปมาเพื่อชมเมืองนั้นมีคนอยู่จริงนะ การส่งเสียงดังจะเป็นการรบกวนการพักผ่อนของพวกเค้าได้

KanEangpier

รีวิวร้านอาหาร KanEang@pier

ร้านนี้มีวิวที่สวยใช้ได้เพราะสามารถเห็นท่าเทียบเรือฉลองอย่างเด่นชัด มีเมนูให้เลือกแยะแยะละลานตาไปหมด เมนูที่ได้มากินวันนี้ คือ ยำตะไคร้กุ้งเสียบ อร่อยมาก มีใบชะพลูรองจาน รสชาตกลมกล่อมไปหมด ปรุงมาอย่างดี ทุกอย่างเข้ากันไม่ว่าจะทั้ง ตะไคร้ ถั่ว กุ้งแห้ง และอีกหลายอย่าง เคี้ยวได้อย่างเพลิดเพลินสุดๆ ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว เนื้อปลาสดมาก เนื้อมาเป็นกลีบเลย รสชาติก็ทำได้อร่อยถึงใจ เบื่อทอด เมนูนี้คล้ายกับกุ้งแพทอด โดยใส่ใบช้อง หรือไม่ก็ใบชะพลูกับใบเล็บครุฑมาด้วย ใช้กุ้งตัวเล็กๆทำเป็นแพบางๆ ชุบแป้งทอดกรอบ กินกับน้ำจิ้มหวานๆ กรอบอร่อยจริงๆ ปูดำผัดผงกะหรี่ เนื้อปูสดสุดๆ ผงกะหรี่ของร้านนี้จะไม่ค่อยฉุนและเผ็ดมากจนเกินไป  สับปูมาให้ทานได้อย่างง่ายๆ เนื้อเด้งสู้ฟันและนุ่มดีมาก นอกจากนี้ก็ยังมีของหวานอย่าง แมคคาเดเมียบราวนี่ และกล้วยหอมทอด ให้ได้ชิมกันด้วย ร้านนี้วาง Positioning ทำให้ดูหรูมาก แขกคนไทยบางคนจึงคิดไปเองว่าอาหารต้องแพงมากแน่ๆ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว เมนูท้องถิ่นหลายๆ จานนั้นราคาเพียง 160-200 บาทเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง ถนนวิเศษ อำเภอฉลอง  จังหวัดภูเก็ต

เมนูแนะนำ เกี๊ยวปูราวิโอรี่ , กุ้งลายเสือเผา , ยำตะไคร้กุ้งเสียบ

การเดินทาง ถ้าตรงมาจาก 5 แยกฉลอง เลี้ยวขวาไปไม่ถึง 1 กิโลเมตรก็เจอกับร้านพอดี